รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan

 

 

เจงกิส ข่าน เป็นนักปกครองผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เขาเป็นผู้นำของเผ่ามองโกลเล็กๆ ในเอเชีย และได้เป็นผู้ปกครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ อาณาจักรดังกล่าวประกอบด้วยอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ของรัสเซีย จีน และตะวันออกไกล มองโกลเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บนที่ราบของเอเชียกลาง เจงกิส ข่าน เป็นผู้นำของชนเผ่านี้

เขาเกิดใน ปี ค.ศ.1155 เมื่ออายุ 13 ปี เขาได้เริ่มปราบเผ่ามองโกลอื่นๆ จากจีน แล้วรวบรวมชาวมองโกลทั้งหมดเป็นกองทัพที่ทรงพลัง ชื่อจริงๆ ของเขาคือ เตมูจิน แต่ในปี 1206 เขาได้รับการขนานนามว่า เจงกิส ข่าน ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ปกครองนิรันดร” เจงกิส ข่าน เป็นผู้นำทางทหารที่ยิ่งใหญ่ เขาวางแผนที่จะปกครองโลกทั้งโลก

และได้รวบรวมชาวมองโกลสู่ศึกแบบทหารจริงๆ กองทัพมองโกลของเขาใช้ธนูเป็นอาวุธ ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 183 เมตร หลังจากเขาสิ้นชีวิตในปี ค.ศ.1227 แล้ว ลูกชายของเขาทั้งสี่ก็ได้ปกครองอาณาจักรของเขาสืบต่อมา ดูหนังออนไลน์

 

รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan พล็อตเรื่อง

 

Genghis Khan: To the Ends of the Earth and Seaเป็นหนังแนวมหากาพย์เล่าเรื่องราวของ ‘เจงกิสข่าน’ ตั้งแต่เขาเป็นเด็กชายชนเผ่าจนก้าวมาเป็นจักรพรรดิแห่งชาติมองโกล ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 สร้างโดยสตูดิโอ Shochiku และทีมงานสร้างของญี่ปุ่นทั้งหมด โปรเจคนี้ดัดแปลงจากนิยายอิงประวัติศาสตร์สองเรื่อง

คือ Chi hate umi tsukiru made: sh?setsu Chingisu H?n (ue) และ Chi hate umi tsukiru made: sh?setsu Chingisu H?n เขียนโดย ไซอิฉิ โมริมูระดัดแปลงบทโดย ทาเคฮิโร นากาจิมะ และ โชอิฉิ มารุยามะ ทากาชิ โซริมาจื พระเอกยอดนิยมจากซีรีส์ The Beach Boys และ GTO รับบท เตมูจิน และเจงกิสข่านร่วมด้วย เคนอิฉิ มัตสึยามะ ในบทลูกชายของเขา ภาพจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของมองโกล ผ่านเลนส์ของทีมผู้สร้างชาวญี่ปุ่น มีความเป็นมนุษย์สามัญค่อนข้างสูง ผู้กำกับ ‘ชินอิจิโร่ ซาวาอิ’

 

สอดแทรกอารมณ์ขันแบบตลกร้ายไว้กับความรันทดของสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมชนเผ่าสมัยก่อน หนังผสานเรื่องราววีรกรรม ความเยี่ยมยุทธ์ในเชิงรบ เข้ากับด้านมืดของความแกร่งกร้าว ซึ่งประเด็นหลัง หนังเจาะเข้าไปในใจกลางหน่วยครอบครัวของเตมูจิน ที่มีแม่ของเขาเป็นผู้นำสูงสุดและมีอิทธิพลต่อความคิดความรู้สึกของเตมูจินอย่างมาก ในสนามรบเขาเป็นผู้นำไม่หวั่นเกรงสิ่งใด แต่เมื่อกลับมาอยู่ในครอบครัว เตมูจิน กลายเป็นเพียง ‘ลูกชาย’ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็น ‘เหยื่อ’ (หนังใช้คำนี้อย่างชัดเจน)

 

ของสงครามระหว่างเผ่า ลูกชายที่หวั่นไหวว่าตัวเองจะไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของหัวหน้าเผ่า แต่เป็นเพียงลูกติดท้องของศัตรูเท่านั้นเอง เมื่อเตมูจินเป็นสามีเขาต้องเผชิญกับการถูกแย่งชิง ‘ผู้หญิงของเขา’ และท้ายที่สุดเขาต้องเป็น ‘พ่อ’ ที่สงสัยว่าลูกชายที่เกิดมาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริงหรือเป็นผลพวงของการล้างแค้นจากศัตรูกันแน่ วงจร (ชีวิต) เก่าวนกลับมาให้เตมูจินได้เรียนรู้และคลี่คลายปมภายในใจ ก่อนจะเติบโตเป็นผู้นำอย่างเต็มตัว ดูหนังฟรี

 

รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan

เจงกิสข่านฉบับนี้ จึงเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ ความมุ่งมั่นใฝ่ฝันและความจริงจังของเขาต่างหาก ที่นำพาเจงกิสข่านไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้โลกจารึก (ฟังดูแล้วคุ้นๆ ไหม) ซึ่งจะว่าไปรัฐชาติมองโกลรวมเป็นปึกแผ่นได้ คงไม่ต่างจากเส้นทางการสร้าง ‘หอคอยโตเกียว’ สักเท่าไร เพียงแต่พื้นที่ เวลา วิธีการและขนาดต่างกันเท่านั้นเอง แม้ว่าบทสนทนาด้วยภาษาและบุคลิกลักษณะที่โดดเด่นของคนญี่ปุ่น จะทำให้ผู้ชมรู้สึกติดขัดกับการเล่าเรื่องอิงประวัติศาสตร์มองโกลอยู่บ้าง แต่งานสร้างที่ได้รับความร่วมมือ

 

รู้เห็นเป็นใจสุดตัวจากทางการมองโกเลีย เพื่อให้เป็นโปรเจคพิเศษในวาระฉลองรัฐชาติครบ 800 ปี (นับจากวันที่เจงกิสข่าน สถาปนาชาติ มองโกเลีย) ทั้งการเปิดประเทศให้ทีมผู้สร้างเข้าไปถ่ายทำ และการให้ยืมตัวทหารเป็นกองทัพมาร่วมเป็น ‘ตัวประกอบ’ ในฉากรบครั้งใหญ่ (ข้อมูลบอกว่าใช้ตัวประกอบคนเป็นๆ ถึง 27,000 คน) น่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา (หวังว่า) เป็นการโปรโมทประเทศ

 

จากภาพ พานอรามิก ‘ที่ราบมองโกเลีย’ มุมมองที่เห็นชนเผ่าและภาพของจักรพรรดิยืนทาบแผ่นฟ้า ท้าดวงตะวัน ความสวยงามของพื้นที่ ไหล่เขาเหลื่อมซ้อนอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า ทุ่งหญ้าสีทอง กับผืนฟ้าสีคราม กระตุ้นความคิดของคนต่างถิ่นอยากไปเยือนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมถึงฉากสำคัญในการสถาปนา ‘จักรพรรดิ’ หนังได้รวบรวม ‘ประเพณีมองโกล’ ดั้งเดิมไว้ให้เห็นเป็นไคลแมกซ์ แบบไม่พร่ำเพรื่อ หรือกระทั่งการฝึกฝนยิงธนู ที่เป็นจุดขายของการท่องเที่ยวมองโกเลีย ก็มีให้เห็นเป็นที่น่าปลื้มด้วย

โดยภาพรวมแล้ว หนังลงตัวในส่วนผสมหลายอย่าง รวมถึงบทสรุปแบบสูงสุดสู่สามัญ จากการที่ ‘หนัง’ มองเส้นทางของมนุษย์คนหนึ่ง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ครองอาณาจักร มากกว่าจะเป็นการสร้างภาพอย่างเทิดทูนและเน้นความยิ่งใหญ่เพียบพร้อมบารมี จนแทบแยกไม่ออกว่าตัวตนผู้ยิ่งใหญ่เป็นแค่ ‘ตำนาน’ แห่งมายาคติ หรือเป็น ‘ผลการกระทำ’ ของคนจริงๆ กันแน่ และแตกต่างจากมหากาพย์มหาบุรุษเรื่องอื่นตรงที่หนังเชิดชูเพศหญิงอย่างไม่เก็บงำ จากการย้อนไปถึง ‘ที่มา’ ของหญิงสาวผู้ให้กำเนิดเตมูจิน

และการให้ ‘ตัวละครแม่’ เป็นผู้เล่า (narrator) เรื่องราวนี้ด้วย หนังบู๊จีน

 

รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan

 

รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan ความรู้สึกหลังดู

เตมูจิน คือ ชื่อเดิมของ”เจงกิสข่าน” เกิดในปี ค.ศ. 1162 ในครอบครัวของชนชั้นผู้นำในภาคกลางของมองโกเลีย ริมแม่น้ำรูเลน เมื่อตอนอายุได้ 9 ขวบ ศัตรูต่างเผ่าได้ลอบวางยาพิษสังหารบิดาของเตมูจิน ทำให้ครอบครัวต้องอพยพลี้ภัย ซึ่งในขณะที่ครอบครัวได้ลี้ภัยอยู่นั้น ก็มีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นอยู่มากมาย แถมยังต้องถูก คนอีกเผ่าจับตัวไป แต่เตมูจินก็หนีรอดกลับมาได้จากการช่วยเหลือของทาสตระกูลหนึ่ง จากเหตุการณ์ และอุปสรรค หลายๆอย่างเหล่านี้ ได้ปมเพาะให้เตมูจินผู้นี้กลายเป็นนักรบที่เก่งกาจ ดุดัน โหดร้าย อาฆาต พยาบาทมาดร้ายอย่างรุนแรง จนเมื่ออายุได้ 16 ปี ก็เริ่มพยามรวมก๊กต่างๆในมองโกลให้เข้าหากัน ร่วมมือกันด้วยวิธีทางการทูต

แต่เหตุการณ์ที่สำคัญๆที่ทำให้เตมูจินกลายร่างมาเป็นท่านข่านในช่วงระหว่างนั้นก็มี

ฆ่าพี่ชายต่างมารดา เพื่อที่จะเป็นใหญ่ในครอบครัว
เมื่อเมียถูกฉุด ก็ไปตามฆ่าเผ่าที่มาฉุดเมียตัวเอง
ฆ่าล้างเผ่าพันธ์เผ่าที่ฆ่าพ่อตัวเองตาย
ล้างเผ่ามองโกลอื่นๆเพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นใหญ่
ตามฆ่าพ่อบุญธรรมของตัวเองที่แก่แล้ว เนื่องจากว่า เตมูจินนั้นขอเป็นทองแผ่นเดียวกันโดยการขอลูกสาวพ่อบุญธรรมมาแต่งงานกับลูกชายตัวเอง เพื่ออำนาจ
ฆ่าเผ่าไนแมน (Naimann) เพราะว่าพระราชินีของเผ่าไนแมนนั้นดูถูกคนมองโกล
ฆ่าเพื่อนร่วมสาบานที่ชื่อ Jamuka ผู้นำเพื่อนรักคนสุดท้ายของเผ่ามองโกล

 

รีวิว เจงกิสข่าน Genghis Khan
ในปี ค.ศ.1206 เตมูจินก็ประสบความสำเร็จทำให้มองโกลรวมเป็นหนึ่ง และได้ฉายาว่า “เจงกิสข่าน” หลังจากเหตุการณ์นี้มาการยึดครองโลกของมหาโจรรายนี้ก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งก็นับเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1206-1226 เจงกิสข่าน ได้เคลื่อนกองทัพปีศาจกระหายเลือด ออกเข่นฆ่าผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน ไม่ว่าเด็กหรือสตรี กฌไม่เคยละเว้นบางคนก็ถูกทุบหัว บางคนตายเพราะถูกน้ำโลหะกรอกหู กรองตา บางคนถูกทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนสมบัติ สตรีที่เหยื่อสงครามของกองโจรมองโกล

มักจะถูกข่มขืนต่อหน้าครอบครัว และประชาชนอีกหลายแสนคนต้องตกเป็นทาส เว้นไว้แต่กลุ่มของผู้มีความรู้ ความสามารถ เจงกิสข่านจะเว้นชีวีต เพื่อขนกลับไปพัฒนาชาติบ้านเมืองตัวเอง ว่ากันว่าคนในกองทัพของเจงกิสข่านจะไม่ดื่มน้ำ แต่จะตัดหลอดเลือดดำของม้าดื่มแทนน้ำ

เจงกิสข่านประกาศศักดาด้วยการบุกยึดครองพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียและยุโรปได้เกือบทั้งหมด

จนหลายๆคนยกย่องกันว่า
ยิ่งใหญ่กว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ที่รวมรวมแผ่นดินจีน
ยิ่งใหญ่กว่า พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ของกรีก
ยิ่งใหญ่กว่า นโปเลียนของฝรั่งเศส

 

แต่หากลองศึกษาชีวิตของชายผู้นี้ดูก็จะรู้ว่า สิ่งเดี่ยวที่ชายคนนี้ยิ่งใหญ่กว่าชายอื่น คือความโหดเหี้ยมและสัญชาติญาณฆาตกร ความโหดเหี้ยมของเขา

แค่ได้ยินชื่อว่าเจงกิสข่าน จะผ่านมาก็พากันกลัว บ้างก็ยอมแพ้ เพราะใครขัดขืนจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

การสู้รบเช่นนี้ทำให้โลกรู้สึกว่าเตมูจินเป็นนักรบที่ป่าเถื่อน ดุร้าย และชอบปล้นสะดม ซึ่งก็จริงเพราะ Rashid al-Din ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวเปอร์เซียในสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ที่รู้ภาษามองโกลดี ได้เคยบันทึกคำพูดของเตมูจินว่า สิ่งที่ดีที่สุดในการทำสงครามใดๆ คือ การรบชนะ การได้ขี่ม้าที่ดีที่สุด และได้ครอบครองภรรยาของแม่ทัพข้าศึก

เขียนมาถึงตรงนี้ ฉันเองก็แปลกใจว่าทำไมหลายๆคนรุ่นหลังจึงยกย่อง เจงกิสข่าน เป็นมหาบุรุษ ทั้งที่ประวัติศาสตร์ต่างก็บันทึกว่าคนผู้นี้คือมหาโจร รีวิวหนังจีนเก่า